9 ขั้นตอนที่แม่งานต้องเตรียมการในงานแต่งพิธีเช้า

9 ขั้นตอนที่แม่งานต้องเตรียมการในงานแต่งพิธีเช้า

การจัดงานแต่งพิธีเช้าเป็นพิธีที่ยึดถือกันมาตั้งแต่โบราณ ซึ่งปัจจุบันก็อาจปรับให้เข้ากับยุคสมัยและความสะดวกของการจัดงานของแต่ละครอบครัว การดำเนินพิธีการก็มักจะทำให้กระชับขึ้นและเสร็จสิ้นในครึ่งวัน ซึ่งแต่ละลำดับขั้นตอนก็ควรจัดการอย่างเป็นระเบียบแบบแผน บทความนี้จะมาแนะนำ 9 ขั้นตอนที่แม่งานต้องเตรียมในงานแต่งพิธีเช้าเพื่อช่วยจัดการงานแต่งให้เป็นไปอย่างราบรื่น

1. เตรียมชุดไปงานที่สวยงามและคล่องตัว

สิ่งแรกในการเตรียมชุดที่จะสวมใส่ แม่งานควรศึกษาข้อมูลล่วงหน้าว่าในวันนั้นธีมของงานเป็นสีอะไร เนื่องจากแม่งานจะเป็นคนที่ต้องประสานงานให้งานดำเนินไปอย่างราบรื่นตลอดพิธี ชุดที่เลือกมาสวมใส่ควรเป็นชุดชุดที่คล่องตัว และสวมใส่ได้สบาย เพื่อที่จะได้ทำงานได้สะดวกโดยไม่ต้องคอยกังวลกับชุดที่ไม่พอดีไม่ว่าจะยาวเกินไปหรือสั้นเกินไป นอกจากนี้ก็ควรต้องเป็นชุดที่สวยงาม สุภาพเรียบร้อย เพื่อเป็นการให้เกียรติญาติผู้ใหญ่ของคู่บ่าวสาวรวมถึงประธานในพิธี หากต้องเช่าชุดอย่าลืมสละเวลาไปลองชุดและแก้ไขให้ชุดพอดีกับรูปร่างตัวเองให้มากที่สุด และเตรียมเครื่องประดับที่เข้ากับสีชุดและรองเท้าคู่เก่งที่สวมใส่สบายให้เรียบร้อยเพื่อเตรียมความพร้อมล่วงหน้าก่อนวันงาน

2. จัดการหน้าผมให้ดูดีก็มีชัยไปกว่าครึ่ง

การเลือกทรงผม และรูปแบบในการแต่งหน้าก็สำคัญเท่า ๆ กับการเลือกชุดให้เหมาะสม ควรแต่งหน้าทำผมให้ดูงดงามสะอาดตา และไม่โดดเด่นกว่าเจ้าสาว ไม่ควรแต่งหน้าด้วยสีฉูดฉาด หากไว้ผมยาวควรรวบหรือเกล้าเป็นมวยให้เรียบร้อย เพื่อที่จะไม่ต้องคอยปัดผมขณะที่กำลังทำงาน หากแต่งหน้าทำผมออกงานด้วยตัวเองอยู่แล้วก็อาจจะไม่ต้องใช้บริการช่างแต่งหน้า เพียงตื่นให้เช้าหน่อยเพื่อจัดการเสื้อผ้าหน้าผม เท่านี้ก็พร้อมลุยภารกิจงานแต่งพิธีเช้าแบบสวย ๆ แล้ว หากไม่มีทักษะก็สามารถใช้บริการแต่งหน้าทำผมโดยผู้เชี่ยวชาญได้ โดยนัดหมายกับช่างแต่งหน้าให้เรียบร้อยเพื่อแต่งหน้าและทำผมให้เสร็จก่อนเวลาออกเดินทาง และอย่าลืมเผื่อเวลาเดินทางล่วงหน้าเพื่อให้ไปถึงงานตรงเวลา โดยไม่ต้องเร่งรีบจนเกินไป

3. เตรียมความพร้อมในพิธีสงฆ์ 

ประเพณีแต่งงานแบบไทยถือเคล็ดให้เริ่มต้นการใช้ชีวิตคู่ด้วยความเป็นสิริมงคลโดยมีการนิมนต์พระสงฆ์มาเจริญพระพุทธมนต์และฉันภัตตาหารเช้า แม่งานควรประสานงานกับมัคนายกและญาติฝ่ายชายในการรับรองพระสงฆ์ และพิธีสงฆ์จะเริ่มเมื่อพระสงฆ์มาถึงที่จัดงานและนั่งที่อาสนะ คู่บ่าวสาวจะจุดธูปเทียนบูชาพระรัตนตรัย อาราธนาศีลและรับศีล 5 หลังจากนั้นพระสงฆ์จะเจริญพระพุทธมนต์ พร้อมทำน้ำมนต์สำหรับใช้ในพิธีรดน้ำสังข์ แล้วต่อด้วยการตักบาตรร่วมกัน หลังจากนั้นคู่บ่าวสาวจะถวายดอกไม้ธูปเทียนและเครื่องปัจจัยไทยธรรม พร้อมทั้งรับประพรมน้ำมนต์เพื่อเพิ่มความเป็นสิริมงคล ซึ่งแม่งานควรดูแลทุกขั้นตอนให้เรียบร้อยทั้งการเตรียมของถวายพระสงฆ์ และเตรียมอาหารสำหรับตักบาตรให้พร้อมสรรพ

4. ดูแลการตั้งขบวนขันหมาก

เมื่อเสร็จจากพิธีสงฆ์ แม่งานควรประสานงานกับญาติและเถ้าแก่ฝ่ายเจ้าบ่าวให้เตรียมตั้งขบวนขันหมาก เพื่อยกขบวนไปยังสถานที่ที่ถือว่าเป็นบ้านเจ้าสาวก่อนหน้าเวลาฤกษ์ โดยในขบวนขันหมากที่จะยกไปสู่ขอจะประกอบด้วยขันหมากเอกและขันหมากโท เมื่อขบวนขันหมากมาถึงบ้านตามพิธีโบราณจะให้เด็กหญิงมาถือพานดอกไม้ต้อนรับญาติผู้ใหญ่ฝ่ายเจ้าบ่าว และญาติผู้ใหญ่ของฝ่ายหญิงจะมาทำการเจรจาและต้อนรับเบื้องต้น จากนั้นขบวนขันหมากจะต้องขอผ่านประตูนาก ประตูเงิน และประตูทอง โดยเจ้าบ่าวจะเตรียมซองที่ใส่เงินเล็กน้อยไว้ให้ญาติ ๆ เจ้าสาวเพื่อเป็นสิ่งแลกเปลี่ยนขอผ่านประตู

5. เตรียมอุปกรณ์สำหรับพิธีสู่ขอและพิธีหมั้น

เมื่อทางฝ่ายเจ้าสาวรับขบวนขันหมากเสร็จเรียบร้อยแล้วก็จะนำของต่าง ๆ จากขบวนขันหมากมาจัดวางเรียงกัน จากนั้นเถ้าแก่ฝ่ายชายจะเริ่มการเจรจาสู่ขอ เมื่อตกลงยินยอมแล้วญาติผู้ใหญ่ฝ่ายเจ้าสาวจะทำทีนับสินสอด จากนั้นผู้ใหญ่ทั้งสองฝ่ายจะช่วยกันโปรยถั่ว งา ข้าวตอก ดอกไม้ ใบเงิน ใบทอง ที่บรรจุมาในพานขันหมากเอกลงบนสินสอด และแม่ของเจ้าสาวจะห่อสินสอดด้วยผ้าแล้วแบกขึ้นไว้บนบ่าตามประเพณี เมื่อถึงขั้นตอนนี้ แม่งานควรตรวจสอบว่าแหวนหมั้นอยู่ในพานเรียบร้อยก่อนถึงพิธีสวมแหวน ซึ่งมีฤกษ์อันเป็นมงคลกำหนดเอาไว้ เมื่อถึงเวลาฝ่ายเจ้าบ่าวจะทำการสวมแหวนหมั้นให้ฝ่ายเจ้าสาว และฝ่ายเจ้าสาวจะสวมแหวนแลกกัน และเมื่อจบพิธีแม่งานก็มีหน้าที่ประสานงานกับช่างภาพเพื่อถ่ายรูปเป็นที่ระลึก โดยแม่งานอาจช่วยดูแลความเรียบร้อยโดยรวมและเชิญแขกผู้ใหญ่ขึ้นถ่ายภาพที่ระลึก

6. เตรียมลำดับรายชื่อแขกสำหรับพิธีหลั่งน้ำพระพุทธมนต์

ในพิธีนี้แม่งานจะเริ่มจากการกล่าวเชิญให้แขกมารวมตัวกันบริเวณที่จัดพิธี และเจ้าบ่าวเจ้าสาวจะเริ่มจากการจุดธูปเทียนบูชาพระรัตนตรัย แล้วไปนั่งที่ตั่งเพื่อทำพิธีรดน้ำสังข์ ซึ่งเจ้าสาวจะต้องนั่งฝั่งซ้ายของเจ้าบ่าวเสมอ จากนั้นประธานในพิธีจะทำการคล้องพวงมาลัยและสวมมงคลแฝดบนศีรษะของคู่บ่าวสาว พร้อมทั้งเจิมแป้งเจิมที่หน้าผาก จากนั้นประธานในพิธีก็จะเริ่มหลั่งน้ำอวยพรให้บ่าวสาว ตามด้วยพ่อแม่ของทั้งสองฝ่าย และญาติผู้ใหญ่ รวมถึงผู้ร่วมงานที่เป็นผู้ใหญ่ตามลำดับความอาวุโส ซึ่งในการนี้แม่งานควรศึกษาข้อมูลล่วงหน้าก็จะช่วยให้งานต้อนรับแขก หรือการกล่าวเชิญแขกผู้ใหญ่เป็นไปด้วยความราบรื่นมากขึ้น โดยเฉพาะอย่างยิ่งรายชื่อและข้อมูลทั่ว ๆ ไปของผู้ที่เป็นเถ้าแก่หรือประธานในพิธีรวมถึงญาติผู้ใหญ่ที่ใกล้ชิดของบ่าวสาว

7. เตรียมของที่ระลึกสำหรับพิธีรับไหว้

พิธีรับไหว้ทำเพื่อเป็นการฝากเนื้อฝากตัวของคู่บ่าวสาว ขณะไหว้ผู้ใหญ่บ่าวสาวจะส่งพานธูปเทียนให้ผู้ใหญ่ ผู้ใหญ่จะรับไหว้และผูกสายสิญจน์ที่ข้อมือคู่บ่าวสาว พร้อมกับให้พรและใส่ซองเงิน หรือของมีค่าอย่างอื่นลงบนพาน เพื่อใช้เป็นเงินทุนในการสร้างครอบครัว การรับไหว้นี้โดยส่วนใหญ่จะมีการเตรียมของที่ระลึกให้ผู้ใหญ่และกล่าวเชิญแขกตามลำดับอาวุโส ซึ่งแม่งานก็จะมีหน้าที่ดูแลของต่าง ๆ ให้ครบถ้วนและกล่าวเชิญแขกมาทำพิธีรับไหว้และดูแลความเรียบร้อยจนจบพิธี

8. จัดเตรียมพิธีส่งตัวเข้าหอ 

พิธีส่งตัวเข้าหอถือเป็นขั้นตอนสุดท้ายของงานพิธีเช้า แม่งานจะเชิญญาติผู้ใหญ่ที่สนิทของเจ้าสาวให้พาเจ้าสาวมาที่ห้องหอ ซึ่งก่อนส่งตัวจะต้องเชิญคู่ผู้ใหญ่ที่อยู่กินกันมานานและรักใคร่กลมเกลียวกันอย่างดีมาทำพิธีปูที่นอนก่อนที่จะทำพิธี โดยที่เจ้าสาวจะต้องกราบพ่อแม่และญาติผู้ใหญ่ของตัวเองเพื่อเป็นการขอพร ทางฝ่ายแม่เจ้าสาวก็กล่าวฝากฝังลูกสาวไว้กับเจ้าบ่าวและกล่าวให้โอวาทเกี่ยวกับการใช้ชีวิตคู่ที่ยั่งยืน ก็เป็นอันเสร็จพิธี

9. รับหน้าที่ประจำการที่โต๊ะลงทะเบียน

เมื่อเสร็จพิธีต่าง ๆ ขั้นตอนสุดท้ายก็จะเป็นการเลี้ยงฉลองมงคลสมรส ซึ่งแม่งานก็ต้องติดต่อกับบริการรับจัดเลี้ยงเพื่อเตรียมอาหารเลี้ยงแขกที่มาในงานให้ครบครัน รวมถึงวงดนตรีที่มาให้ความบันเทิงในงาน นอกจากนี้แม่งานจะต้องมาดูแลโต๊ะลงทะเบียน และประสานกับญาติเจ้าสาวเพื่อช่วยกันต้อนรับแขกที่มางานและช่วยแจกของชำร่วย และเชิญแขกที่มาร่วมงานให้เซ็นสมุดอวยพรคู่บ่าวสาวก่อนเข้างานด้วย 

จบบทความนี้จะเห็นได้ว่าแม่งานมีความรับผิดชอบมากมายในงานแต่งพิธีเช้า โดยในวันงานแม่งานควรเป็นผู้รับผิดชอบนัดแนะกับผู้ที่มาจัดการเรื่องบริการต่าง ๆ ให้มาถึงงานตรงเวลาเพื่อให้งานดำเนินไปอย่างไม่ติดขัดและช่วยจัดการซักซ้อมคิวงานต่าง ๆ ให้แม่นยำ ก็จะช่วยให้เจ้าสาวเจ้าบ่าวและญาติผู้ใหญ่คลายความกังวลและจดจำความประทับใจในวันพิธีดังกล่าว ลองทำตามขั้นตอนเหล่านี้แล้วเตรียมรับฉายาแม่งานมืออาชีพไปเลย

สอบถามรายละเอียดที่นี่