6 เทคนิคเลือกซื้ออาหารกล่องอย่างไรให้ปลอดภัย

6 เทคนิคเลือกซื้ออาหารกล่องอย่างไรให้ปลอดภัย

ในยุคปัจจุบันมีการบริโภคอาหารกล่องมากขึ้น ด้วยสาเหตุที่ว่าธุรกิจร้านอาหารต้องซบเซาลงไป โดยเฉพาะการนั่งทานอาหารที่ร้าน เพราะการประกาศภาวะฉุกเฉินของทางภาครัฐเนื่องจากเกิดการแพร่ระบาดของโรคโควิด 19 ทำให้ผู้บริโภคต้องซื้ออาหารกลับมาทานที่บ้าน หรือสั่งอาหารในแบบ Delivery มากยิ่งขึ้น ทำให้ในบทความนี้อยากจะมาแนะนำถึงเรื่อง 6 เทคนิคเลือกซื้ออาหารกล่องอย่างไรให้ปลอดภัย

1. หลีกเลี่ยงการใช้บริการจากร้านที่บรรจุอาหารในกล่องโฟม

กล่องโฟมสีขาวนั้นเป็นภาชนะบรรจุอาหารที่ทุดคนต่างคุ้นเคยกันดี เนื่องจากกล่องโฟมในรูปแบบนี้มีการใช้งานอย่างแพร่หลายมาเป็นระยะเวลาที่ยาวนาน เนื่องจากมีราคาถูก กั้นความร้อนได้ดี แต่ในความเป็นจริงแล้วกล่องโฟมเหล่านั้นมีอันตรายอยู่ โดยเฉพาะเมื่อบรรจุอาหารที่มีความร้อนจะทำให้เกิดสารปะปนลงในอาหาร ซึ่งได้แก่สาร สารสไตรีน (styrene) และสารเบนซิน (benzene) ซึ่งจะมีผลในการทำลายระบบฮอร์โมนของร่างกาย มีผลต่อรับบประสาท ระบบไหลเวียนของเลือด และยังเป็นสารก่อมะเร็งอีกด้วย

นอกจากจะเป็นอันตรายต่อร่างกายแล้ว กล่องโฟมสีขาวนั้นยังเป็นอันตรายต่อสิ่งแวดล้อมด้วย เนื่องจากการนำกลับมาใช้ใหม่ หรือการ Recycle นั้นทำได้ยาก อีกทั้งยังใช้เวลานานมากกว่าจะย่อยสลายได้เองตามธรรมชาติ ดังนั้นผู้บริโภคควรหันไปเลือกใช้บริการจากร้านค้าที่บรรจุอาหารลงในกล่องประเภทอื่นๆ ที่ผ่านมาตรฐานในเรื่องของอาหารปลอดภัย ซึ่งส่วนมากจะเป็นกล่องที่ผลิตจากวัสดุที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม ไม่ว่าจะเป็น ชานอ้อย เยื่อไผ่ มันสำปะหลัง ซึ่งถูกพัฒนามาให้ครอบคลุมการใช้งานได้หลากหลายรูปแบบ เพื่อทดแทนการใช้กล่องโฟมแบบเดิมๆ นั่นเอง

ถึงแม้ว่าจะมีข้อมูลต่างๆ ออกมามากมายว่ากล่องโหมสีขาวนั้นใส่อาหารได้โดยไม่อันตราย แต่เพื่อความปลอดภัยควรหลีกเลี่ยงการใช้กล่องโฟมสีขาวมาใส่อาหารกล่อง

2. เลือกร้านอาหารกล่องที่ไว้ใจได้

การเลือกซื้ออาหารกล่องนั้นนอกจากเรื่องราคาที่เหมาะสมแล้วนั้น ยังต้องคำนึงถึงเรื่องของคุณภาพ และความสะอาดอีกด้วย ดังนั้นผู้บริโภคควรที่จะเลือกซื้ออาหารกล่องจากร้านอาหารที่สามารถไว้ใจได้ ซึ่งอาจจะเป็นร้านอาหารเจ้าประจำที่ทานบ่อย จนมั่นใจได้ในเรื่องของคุณภาพ และความสะอาด ส่วนการสั่งอาหารในรูปแบบ Delivery นั้นถ้าเป็นการสั่งจากร้านอาหารที่เป็น Chain ขนาดใหญ่ก็สามารถมั่นใจในเรื่องเหล่านั้นได้ เพราะร้านเหล่านั้นส่วนมากจะมีการตรวจสอบมาตรฐานในด้านต่างๆ อย่างครบถ้วน

แต่ถ้าเป็นร้านอาหารขนาดเล็ก หรือร้านอาหารที่ไม่เคยใช้บริการมาก่อน ผู้บริโภคควรหาข้อมูลเกี่ยวกับร้านก่อนที่จะตัดสินใจสั่งอาหาร ไม่ว่าจะเป็นในเรื่องของรสชาติ คุณภาพ ความสะอาด รวมไปถึงบรรจุภัณฑ์ที่ร้านเลือกใช้ในการบรรจุอาหาร ซึ่งข้อมูลต่างๆ ก็สามารถหาได้จากการรีวิวร้านอาหารเหล่านั้นนั่นเอง เพื่อให้มีข้อมูลต่างๆ มาประกอบการตัดสินใจในการสั่งอาหารนั่นเอง

3. การจัดวางอาหารต้องเรียบร้อย

การจัดวาง หรือการบรรจุอาหารลงในกล่องก็เป็นอีกหนึ่งเรื่องสำคัญที่ผู้บริโภค รวมไปถึงผู้ขายอาหารต้องให้ความใส่ใจ ซึ่งการบรรจุอาหารลงในกล่องแบบเดิมๆ โดยเฉพาะข้าวราดแกง หรืออาหารตามสั่งประเภทต่างๆ ทางร้านค้าจะนำกับข้าวราดลงมาบนข้าวที่อยู่อยู่ในกล่องเลย ซึ่งถ้าทานอาหารเหล่านั้นทันทีก็ยังไม่มีผลอะไรมาก แต่ถ้ายังไม่ทานในทันที หรือต้องใช้เวลานานกว่าจะเปิดทาน อาหารกล่องแบบที่ราดกับข้าวมาเลยนั้นจะดูไม่น่าทาน มีรสชาติที่ด้อยลง รวมไปถึงอาจทำให้อาหารเสียอย่างรวดเร็ว

ดังนั้นผู้บริโภค และร้านอาหารควรเลือกใช้กล่องที่สามารถแยกอาหารประเภทต่างๆ ออกจากกันได้ เพราะว่ากล่องในรูปแบบนี้จะช่วยรักษาคุณภาพของอาหารไว้ได้นานกว่า แม้จะวางทิ้งไว้เป็นเวลานานก็ยังจะดูน่าทาน ไม่บูดเสียง่าย อีกทั้งยังช่วยให้ทานอาหารได้ง่าย ไม่หกเลอะเทอะอีกด้วย ซึ่งในตอนนี้เป็นยุคของการซื้ออาหารกลับไปทานที่บ้านร้านอาหารควรใส่ใจในเรื่องของอาหารกล่องให้มากกว่าเดิม เพราะว่าการแยกบรรจุอาหารนั้นเรียกได้ว่าเป็นอีกหนึ่งปัจจัยที่ผู้บริโภคจะเลือกซื้ออาหารนั่นเอง

4. เลือกสั่งจากร้านใกล้บ้าน

การสั่งอาหารกล่องในรูปแบบของการ Delivery นั้นช่วยสร้างความสะดวกสบายให้กับผู้บริโภคในยุคปัจจุบันเป็นอย่างมาก เพราะว่าสามารถเลือกสั่งอาหารได้หลากหลายโดยที่ไม่ต้องออกจากบ้าน แต่การสั่งอาหาร Delivery นั้นผู้บริโภคไม่ควรเลือกสั่งอาหารจากร้านที่อยู่ไกลเกินไป เนื่องจากการสั่งอาหารจากร้านที่อยู่ไกลนั้นจะใช้เวลาในการจัดส่งค่อนข้างนาน ซึ่งนอกจากจะเสียค่าส่งแพงแล้ว อาหารที่ทำเสร็จเป็นเวลานานแล้วอาจจะมีรสชาติที่อ่อนลง หรือเสียรสชาติไป โดยเฉพาะอาหารประเภทยำ หรือส้มตำ เป็นต้น

ถ้าเป็นไปได้ผู้บริโภคควรเลือกสั่งอาหารกล่องจากร้านที่ไม่ไกลจากบ้าน หรือสถานที่ซึ่งต้องการให้อาหารไปส่ง เพราะว่าการที่ใช้เวลาส่งไม่นานจะช่วยให้อาหารที่สั่งนั้นยังคงคุณภาพ และยังคงรสชาติไม่แตกต่างจากการทานอาหารที่ร้านนั่นเอง

5. ให้อาหารกล่องแช่แข็งเป็นอีกหนึ่งทางเลือก

การพัฒนาในเรื่องอาหารพร้อมรับประทาน อาหารแช่แข็งของผู้ประกอบการไทยนั้นเรียกได้ว่าไม่แพ้ชาติไหนในโลก ทำให้ในประเทศไทยมีอาหารกล่องแช่แข็งให้เลือกทานได้อย่างมากมาย เรียกได้ว่ามีอาหารแทบทุกชนิด ซึ่งการเลือกทานอาหารกล่องแช่แข็งนั้นแม้ว่าหลายๆ คนจะมองว่ารสชาติไม่อร่อยเท่ากับอาหารที่ปรุงสุกใหม่ แต่ว่าอาหารกล่องแช่แข็งก็มีข้อดีอีกหลายอย่างซึ่งไม่ควรมองข้าม ไม่ว่าจะเป็นในเรื่องของความสะอาด เพราะว่าอาหารกล่องแช่แข็งนั้นถูกผลิตขึ้นในโรงงานอุตสาหกรรม มีกรรมวิธีการผลิตที่ได้มาตรฐาน สะอาด ปลอดภัย มีการรับรองมาตรฐานการผลิตอย่างชัดเจนจากหน่วยงานต่างๆ

ทำให้ผู้บริโภคสามารถมั่นใจได้ว่าอาหารกล่องที่แช่แข็งที่วางขายในร้านสะดวกซื้อ หรือวางขายในห้างสรรสินค้านั้นมีความปลอดภัยแน่นอน และถ้าหากเมื่อทานไปแล้วมีความผิดปกติเกิดขึ้น ผู้บริโภคสามารถร้องเรียนผู้ผลิตให้รับผิดชอบได้ทันที ข้อดีอีกหนึ่งเรื่องของอาหารกล่องแช่แข็งคือสามารถเก็บไว้ได้นานเนื่องจากผ่านกรรมวิธีฆ่าเชื้อ และแช่แข็งมาจากโรงงานแล้ว เมื่อผู้บริโภคซื้อมาก็สามารถเก็บรักษาไว้ในอุณหภูมิที่เหมาะสมได้เป็นระยะเวลานานโดยไม่ต้องกลัวว่าจะเกิดการเน่าเสีย อีกทั้งยังมีวันหมดอายุระบุมาให้อย่างชัดเจน ทำให้ผู้บริโภควางแผนในการเก็บรักษา และการนำอาหารกล่องแช่แข็งออกมาทานได้อีกด้วย 

6. เลือกอาหารกล่องที่ทานได้สะดวก

การผลิตกล่องอาหารนั้นได้รับการพัฒนามาอย่างต่อเนื่อง ทำให้มีกล่องอาหารรูปแบบต่างๆ ให้ทางร้านค้าเลือกใช้ได้ตรงกับประเภทของอาหารที่ขาย ซึ่งการเลือกกล่องอาหารที่เหมาะสมกับประเภทของอาหารที่ขายจะช่วยให้ผู้บริโภคได้รับความสะดวกมากยิ่งขึ้นในการทานอาหาร โดยสามารถทานอาหารกล่องได้ทันทีโดยที่ไม่ต้องเสียเวลาในการเปลี่ยนภาชนะอีกครั้ง ทำให้ผู้บริโภคสามารถประหยัดเวลาในการทานอาหาร รวมไปถึงประหยัดเวลาในการเก็บล้างเมื่อทานอาหารเสร็จ นอกจากการใช้กล่องอาหารที่เหมาะสมในการทำอาหารกล่องจะช่วยสร้างความประทับใจให้กับผู้ที่สั่งซื้ออาหารไปทานได้เป็นอย่างดี

โดยในปัจจุบันกล่องอาหารนั้นถูกออกแบบมากให้สอดคล้องกับอาหารทุกชนิด ไม่ว่าจะเป็นกล่องสำหรับใส่อาหารประเภทข้าว กล่องใส่อาหารประเภทสลัด กล่องใส่อาหารประเภทเส้น กล่องใส่อาหารน้ำ อีกทั้งยังมีกล่องใส่อาหารแบบเก็บอุณหภูมิที่ใช้สำหรับอาหารร้อนอย่างเช่นซุป หรืออาหารที่ต้องรักษาความเย็นอย่างเช่นไอศกรีม รวมไปถึงกล่องใส่อาหารประเภทอื่นๆ ที่ออกแบบมาเพื่อความสะดวกของผู้บริโภคนั่นเอง

จะเห็นได้ว่าการเลือกอาหารกล่องมารับประทานโดยที่สามารถมั่นใจได้ว่ามีความปลอดภัย และมีคุณภาพนั้นมีรายละเอียดต่างๆ ที่ผู้บริโภคทุกคนควรใส่ใจ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องการจักอาหารภายในกล่อง ประเภทของกล่อง ระยะทางในการ Delivery ซึ่งทุกเรื่องเหล่านี้จะส่งผลต่อคุณภาพของอาหาร และความปลอดภัยของผู้บริโภคโดยตรง สำหรับบทความเรื่อง 6 เทคนิคเลือกซื้ออาหารกล่องอย่างไรให้ปลอดภัย น่าจะเป็นอีกหนึ่งช่องทางในการให้ความรู้ในเรื่องนี้ได้เป็นอย่างดี

สอบถามรายละเอียดที่นี่